ค้างคาวกับเพียงพอน

ค้างคาวตัวหนึ่งลงหากินที่พื่นถูกเพียงพอนจับได้ มันร้องขอชีวิตต่อเพียงพอน เพียงพอนตอบว่า ข้าต้องกินเจ้า เพราะข้ากินนกทุกตัว
ค้างคาวบอก ข้าไม่ใช่นกข้าเป็นหนู เพียงพอนงงนิดหน่อยแต่ก็ปล่อยเจ้าค้างคาวไป

เจ้าค้างคาวตัวเดิมลงหากินที่พื้น มันถูกเพียงพอนอีกตัวจับไว้ เพียงพอนบอก ข้ากินหนูทุกตัวที่ข้าจับได้ เจ้าค้างคาวบอกข้าไม่ใช่หนู
ข้าเป็นค้างคาว เจ้าเพียงพอนงุนงงเล็กน้อยแต่ก็ปล่อยค้างคาวไป

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ควรเปลี่ยนเรื่องร้ายให้กลายเป็นดี

ลิงกับอูฐ

ฝูงสัตว์ต่างมารวมตัวกันดูการเต้นรำของเจ้าลิงอย่างขบขัน เมื่อลิงหยุดพักการแสดงของตน
อูฐตัวหนึ่งต้องการเรียกความสนใจจากฝูงสัตว์ที่มาชุมนุมกัน มันลุกเดินสองขาและหมุนตัวไปมา
ขายาวของมันไปโดนสัตว์อื่นที่นั่งอยู๋ใกล้ๆ เหล่าสัตว์ที่นั่งอยู๋จึงลุกไล่เจ้าอูฐออกจากที่ชุมนุมของมัน

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า การเลียนแบบผู้อื่นไม่ได้เป็นสิ่งดีเสมอไป

สุนัขจิ้งจอกกับลิง

เจ้าลิงตัวหนึ่งแสดงการละเล่นจนเป็นที่โปรดปรานแก่ฝูงสัตว์
สุนัขจิ้งจอกอิจฉาในชื่อเสียงของมัน มันเห็บอาหารวางในกับดักจึงหลอกเจ้าลิงว่า
มันพบอาหารรสดี และอยากมอบให้เจ้าลิงผู้เป็นราชาแห่งสัตว์ป่า
เจ้าลิงหลงเชื่อตามไปเอาอาหารและติดกับ มันกล่าวโทษเจ้าจิ้งจอก
แต่จิ้งจอกกลับเยาะเย้ยและบอกว่า ผู้เบาปัญญาเยี่ยงเจ้ายังคิดจะมาเป็นเจ้าแห่งสัตว์ป่าอีกหรือ

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ทำดีแต่อย่าเด่นจะเป็นภัย

สุนัขจิ้งจอกกับเสือดาว

เสือดาวกับสุนัขจิ้งจอกเถียงกันว่าใครงามกว่าใคร เสือดาวชี้จุดที่อยู่บนขนของตนทีละจุด
และบรรยายความงามของมันให้แก่เจ้าจิ้งจอกฟัง สุนัขจิ้งจอกขัดคอเจ้าเสือดาวและบอกว่า
ความงามของข้านั้นอยู่ที่ใด มันไม่ได้อยู่ภายนอกกายของข้า แต่มันเป็นความงามในใจของข้าต่างหากเล่า

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ต่างคนต่างงามคนละอย่าง